วัดป่าใน W.A.
โดย สมพร ผลากรกุล


         สมัยพระพุทธเจ้ายังทรงมีชีวิตอยู่ พระองค์ทรงประทับอยู่ในป่าสวน พระสงฆ์ที่เจริญ ตามรอยพระบาทพระองค์ จึงอาศัยอยู่ในที่สงบ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ไกลจากความ เจริญที่เป็นที่มาแห่งทุกข์ ธรรมชาติให้สิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์สำหรับพัฒนาความสงบ แห่งจิตใจ บรรยากาศที่เรียบง่าย อยู่อย่างสันโดษเหมาะแก่การเจริญสติปัญญา มีวัดป่าฝ่ายเถรวาทอยู่มากมาย ทั้งในประเทศไทย ศรีลังกาและพม่า ใน พ.ศ. 2526 พระภิกษุชาวต่างประเทศในประเทศไทยในวัดป่าสายวิปัสสนาได้รับเชิญจากพุทธสมาคม ของ W.A. (รัฐออสเตรเลียตะวันตก) เพื่อมาสร้างวัดป่าใกล้เมืองเพิร์ท ซึ่งเป็นเมืองหลวง ของรัฐ จึงเกิดวัดป่าโพธิญาณขึ้นในแถบ Darling Range ประมาณ 60 กิโลเมตร จากเมือง เพิร์ทใกล้ ๆ กับเมืองเล็ก ๆ "เซอเพนไทน์" มีพื้นที่มากกว่า 97 เอเคอร์ เป็นพื้นที่สูง ๆ ต่ำ ๆ เพราะเป็นที่เชิงเขา อยู่ทางทิศใต้ของเพิร์ทด้านมหาสมุทรอินเดีย
         พระสงฆ์ช่วยก่อสร้างกุฏิเล็ก ๆ ปลูกกระจายอยู่ระหว่างต้นไม้ในป่า รวมทั้งสร้างศาลา ธรรมบนเนินเขาสูงขึ้นมา เมื่อเข้าประตูวัดเข้ามาก็จะมาถึงศาลาธรรมแห่งนี้ก่อนลงมา จากเนินจึงมาถึงศาลาสำหรับฉันภัตตาหาร ซึ่งเดิมมีชั้นเดียว เมื่อมีพระสงฆ์มากขึ้น ที่คับแคบไป จึงต้องต่อเติมชั้นสอง โดยชั้นล่างเป็นครัวและห้องวางอาหารที่โยมทั้งหลาย นำมาถวาย ชั้นบนเป็นที่พระนั่งฉันอาหาร เมื่อได้เวลาฉันเพล พระท่านจะเดินมาเป็นแถว ญาติโยมก็จะเข้าแถวตักข้าวใส่บาตรท่าน องค์ละช้อน จากนั้นพระท่านก็เดินเข้าไปในห้อง ที่มีโต๊ะตั้งอาหารคาวหวาน ท่านก็ตักอาหารลงในบาตรอย่างละนิดละหน่อยจะได้ทั่วถึง เสร็จแล้วท่านก็เดินขี้นไปชั้นสอง นั่งเข้าแถวตามลำดับอาวุโสพรรษาเช่นเดียวกับใน เมืองไทย
         ก่อนจะฉันอาหารญาติโยมก็จะขี้นไปรับศีลรับพรจากท่านเจ้าอาวาส เดิมเริ่มแรกคือท่าน ชาคโร ซึ่งเป็นชาวออสเตรเลียเชื้อสายอิตาเลียน โรคพยาธิรบกวนจึงลาสิกขาไป เป็นอาจารย์สอนพุทธปรัชญาที่สหรัฐอเมริกาในขณะนี้ ท่านพรหมวังโสจึงเป็นเจ้าอาวาส ในปัจจับัน ทั้งสององค์และพระอาวุโสอื่น เช่น ท่านญาณธัมโม สามารถพูดภาษาไทยได้ และได้รับการบวชในประเทศไทยจากพระอาจารย์หลวงพ่อชาแห่งวัดป่าหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ท่านเป็นพระสายวิปัสสนาธุระเห็นว่าความรู้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่นำความสุขที่แท้จริงมาให้ ต้องฝึกปฏิบัติให้รู้แจ้งเห็นจริงด้วยตัวเองด้วย เป็นการ มองเข้าไปข้างใน (Insight meditation)
         ปี พ.ศ. 2538 พระภิกษุที่นี่ได้รับอนุญาตเป็นทางการให้สามารถบวชผู้มาขอบวชเป็น พระสงฆ์ได้ แต่กว่าจะได้บวชนั้น เขาจะต้องทดลองใช้ชีวิตแบบพระดูเสียก่อน แต่ นุ่งขาวห่มขาว จึงเรียกผ้าขาว ท่านเหล่านี้ระหว่างเป็น "ผ้าขาว" ก็จะต้องดูแลปฏิบัติ พระเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง
วิธีชีวิตของสงฆ์
         ชีวิตของสงฆ์ในพุทธศาสนานิกายเถรวาทเป็นไปอย่างเรียบง่าย ประพฤติพรหมจรรย์ อยู่อย่างสันโดษ สงฆ์จะต้องฉันอย่างสำรวม ฉันอาหารในบาตร พูดน้อยและนอนน้อย ไม่แสวงหาความสุขที่มีพื้นฐานทางกามคุณ ละเรื่องวุ่นวายของโลก ตรงกันข้ามพยายาม แสวงหาความสุขภายในใจอันละเอียดอ่อน ที่จะเกิดขึ้นเมื่อทำใจให้สงบอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม กิจวัตรในแต่ละวันของสงฆ์จะต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ และรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ในวัดด้วย เริ่มต้นด้วยตื่นนอนตอนตี 4 ทำสมาธิในกุฏิ หลังจากนั้นฉันเช้า นิดหน่อย เป็นนมและอาหารพวกซีเรียลเป็นต้น อาหารหนักมื้อเดียวคือตอนห้าโมงเช้า โดยเริ่มต้นตั้งแต่ 10.30 น. ฉันเสร็จแล้วก็มาล้างบาตรของตัวเองและคว่ำตากไว้ เวลาที่เหลือของวันจะใช้ในการปฏิบัติ นั่ง ยืน หรือเดินวิปัสสนาอย่างสันโดษ หรือ ศึกษาธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า สงฆ์จะพบกันตอนเวลาน้ำชาอีกครั้งหนึ่ง แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันเล็กน้อยตอน 6 โมงเย็น จากนั้นสวดมนต์เย็นและรับฟังคำแนะนำ สั่งสอนจากสงฆ์อาวุโส ทุก ๆ ปักษ์ซึ่งเป็นวันพระใหญ่จะมีการสวดปาฏิโมกข์ตาม แบบฉบับของสงฆ์
สงฆ์และฆราวาส
         คณะสงฆ์อยู่ได้โดยอาศัยฆราวาส แต่สงฆ์ก็ต้องรักษาระเบียบวินัยตามพุทธบัญญัติ มีความรู้จักเพียงพอเป็นต้น เงินที่ได้รับบริจาคเพื่อจัดหาสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อสงฆ์จะได้มีโอาสอยู่อย่างสงบ โดยมีทางโลกเพียงเล็กน้อย เช่น รับนิมนต์ ไปเปิดร้านของฆราวาสที่มาขอร้อง มีเวลาอิสระเป็นของตัวเองบ้าง เมื่อมีชาวบ้านมาขอให้แก้ไขปัญหาก็จะต้องใช้ธรรมของพระพุทธเจ้าบวกกับวาทะศิลป ของท่านพูดแนะนำชี้ทางที่ถูกที่ควรให้เขา ปกติเจ้าอาวาสจะไปกับพระลูกวัดหนึ่งหรือ สององค์ที่ศูนย์พุทธศาสนาในเมืองเพื่อสั่งสอนธรรมะและแนะนำการทำสมาธิที่นั่นมี ชาวไทยและชาวเอเซีย ศรีลังกา โดยมากเป็นสุภาพสตรีทำหรือซื้ออาหารคาวหวานมา ถวายพระ โดยจัดอาหารใส่จานหรือภาชนะวางเรียงกันบนโต๊ะในศาลาเอนกประสงค์ แบบที่วัดป่าใส่บาตรในห้องโถงนั้นเป็นข้าวคนละช้อนขณะที่พระเดินผ่าน ที่นั่นผู้คน ไปมาค่อนข้างสะดวก แม่บ้านบางคนพาสามีที่เป็นคนต่างชาติหรือเป็นคนออสเตรเลีย และลูก-หลานมาด้วย หลังจากที่ถวายอาหารพระแล้ว พระก็สวดมนต์ให้พร ฆราวาส ก็กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษจากนั้นก็สามัคคีชุมนุมรับประทาน อาหารที่เหลืออยู่ในจาน เป็นลูกศิษย์พระร่วมกัน ได้แลกเปลี่ยนสนทนาเวลารับประทาน อาหารไปด้วย มีผู้มีศรัทธาแรง รับอาสาล้างจานที่ใช้แล้วให้คนอื่น เพื่อว่าล้างรวมกัน หลาย ๆ ใบเป็นการประหยัดน้ำ และน้ำยาใช้ล้างจานไปในตัว
การเยี่ยมวัดป่า
         วัดป่าตั้งอยู่ในที่สงบ เลี้ยวจากถนนใหญ่เข้ามาสัก 2 กิโลเมตรก็จะเห็นประตูวัดข้างซ้าย ของทางเป็นเนินเขาและเป็นป่าโปร่ง มีร่องรอยของไฟป่าที่เคยลุกลามไหม้ต้นไม้ใบหญ้า มีต้นแบลคบอยหรือ Grass tree ขึ้นอยู่เป็นระยะ ๆ ส่วนทางซ้ายมือของถนนก็มีแต่ ต้นหญ้าป่าละเมาะ ปราศจากบ้านเรือนตลอดทาง สิ่งแวดล้อมเป็นธรรมชาติแท้จริง เชิญชวนให้ผู้ที่เดินทางไปเยี่ยมเกิดความรู้สึกสงบและศรัทธาในบวรพุทธศาสนาที่มา เบ่งบานในต่างประเทศ เข้าไปในวัดสองข้างทางที่รถผ่านสะอาดและร่มเย็นด้วยเงาไม้ มีไม้ดอกปลูกเอาไว้บ้าง ที่ขึ้นเองบ้างออกดอกตามฤดูกาลคือดอกวอทเทิล ซึ่งเป็นไม้ ตระกูลเดียวกับยูคาลิปตัส ออกดอกสีเหลืองอร่าม แต่ต้นไม่ใหญ่และดอกไม่หอมเหมือน ประดู่ของเรา
         ไปตามทางถ้าเลี้ยวขวาก็จะไปถึงศาลาปฏิบัติธรรม แต่ต้องจอดรถตรงบริเวณลาน จอดรถ ที่อยู่ห่างจากศาลาพอควร ถ้าไม่เลี้ยวรถแต่ขับรถลงเนินไปและเลี้ยวไปตามทาง จะเห็นกุฏิเล็ก ๆ สำหรับอุบาสิกามาปฏิบัติธรรมอยู่ทางซ้าย เลยมาอีกหน่อยหนึ่งจะถึง ศาลาสำหรับฉันอาหาร ที่มีเป็นเนินราบ มองลงไปเป็นหุบเขากว้าง ๆ กุฏิพระจะปลูกอยู่ ทางด้านนี้ แต่มองไม่เห็น บริเวณด้านข้างศาลาได้รับการตกแต่งเป็นสวนหย่อมสวยงามเพราะดินฟ้าอากาศดี ไม้ดอกใบเจริญงอกงาม นั่งเล่นตรงขอบทางซึ่งทำเหมือนเทอเรสได้ ใกล้เวลาเพล จิงโจ้หลายตัวออกมารอรับเศษอาหารมีอยู่ตัวหนึ่งแขนด้วน (ขาหน้า) ข้างหนึ่ง กล้ามา ยืนใกล้ ๆ เพราะคุ้นเคยกับพระและผ้าขาวที่ได้ช่วยรักษาขาของมันที่เกิดจากอุบัติเหตุ นกกามีมากมายส่งเสียงร้องเสียงดังแข่งกับนกแก้วสีสวย แล้วยังมีนกประจำ ประเทศนี้คือนก Kookaberra เป็นนกตัวเล็ก ๆ ส่งเสียงร้องเหมือนคนหัวเราะ แถมมีขนสีฟ้าแซมอยู่ข้างคอ ส่วนสัตว์เลี้ยงเห็นมีแต่แมวอ้วน ๆ อยู่ตัวเดียว ในการทำบุญใส่บาตรเริ่มตอน 10.30 น. เมื่อท่านรับบาตรและตักอาหารใส่บาตร เดินขึ้นไปชั้น 2 ของศาลาแล้ว อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายก็ตามขึ้นไปเพื่อรับศีลขอพร ท่านเจ้าอาวาสจะทักทายคนที่มานั่งอยู่ใกล้ ๆ ถ้าเป็นคนไทยท่านก็พูดไทยด้วย ใครจะ ถวายสังฆทานหรือบริจาคทรัพย์ ก็มีตู้สำหรับใส่ซองบริจาคทรัพย์อยู่ข้างห้อง ห้องนี้จะมีรูปพระผู้ใหญ่ของวัดป่าในเมืองไทย แขวนอยู่หลายรูปรวมทั้งรูปหลวงพ่อชา หลังจากกรวดน้ำแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลแล้วก็ลงไปรับประทานอาหารร่วมกันข้างล่าง พระท่านจะได้ฉันอย่างสงบอยู่ข้างบน หลังจากฉันอาหารแล้ว ท่านเจ้าอาวาสหรือ พระอาวุโสรูปอื่นเช่น ท่านเขมะจิตโต จะนั่งรอผู้ที่ประสงค์จะสนทนาหรือขอคำ แนะนำจากท่าน
พุทธสมาคมของ W.A.
         ศูนย์พุทธศาสนา ที่ Nollamara เป็นที่ตั้งของพุทธสมาคมด้วย ศูนย์แห่งนี้ตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธหรือผู้นับถือศาสนาอื่นก็มาปฏิบัติได้ โดยเน้นตามแบบนิกายเถรวาท เรียกชื่อว่า Dhammaloka Buddhist Center ศูนย์พุทธศาสนาแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองเพิร์ทไปทางเหนือประมาณ 6 กิโลเมตร ตั้งขึ้นเพื่อชุมชนที่อยู่ในเมือง โดยสอนวิธีทำสมาธิ เทศนาและเป็นที่ประกอบกิจกรรม ต่าง ๆ เช่นในวันสำคัญทางพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์ข่าวสารและข้อมูลที่ คนที่มาจะอ่านได้จากบอร์ดประกาศ ห้องสมุดมีหนังสือธรรมะมากพอสมควรให้ บริการยืมและมีเทปแคสเซทที่บันทึกเทศนาของสงฆ์เอาไว้จำหน่ายด้วย คอมเพลกซ์ที่เราเรียกว่าศูนย์พุทธศาสนานี้ ประกอบด้วยศาลาธรรมใหญ่ มีพระพุทธรูป ยืนปางลีลาอยู่ด้านหน้า จารึกคำสอนตามหลักพุทธศาสนาไว้ที่ฐานพระพุทธรูปดังนี้

Not to do any evil
To cultivate Goodness
And to Purify the mind
This is the teaching of the Buddhas
         ศาลาธรรมใช้สำหรับสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนาและสอนทำ วิปัสสนาและประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนา ทางซ้ายมือเป็นตึกชั้นเดียวสำหรับ ใช้ประโยชน์ทั่วไป มีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ประจำอยู่ที่นี่ คอยอำนวยความสะดวกให้กับ ผู้มาเยือนติดกับด้านนี้ทางอีกด้านหนึ่งเป็นห้องโถงใหญ่เปรียบเสมือนศาลามี พระพุทธรูปปางสมาธิด้านหน้า และที่ยกพื้นสำหรับสงฆ์นั่ง ผู้มาทำบุญจะได้นั่งต่ำกว่า ห้องโถงใหญ่นี้เป็นที่ฉันอาหารของสงฆ์ที่มาจากวัดป่าในวัดหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งปกติ เจ้าอาวาสหรือพระผู้ใหญ่จะมาพร้อมกับพระลูกวัดอีกองค์หนึ่ง เพื่อมาทำหน้าที่ตาม ตารางข้างล่างนี้
ศุกร์ 19.00-21.00 น. สวดมนต์ต่อด้วยการทำสมาธิ         20.00 น. ฟังพระธรรมเทศนา
เสาร์ 14.30-16.00 น. เข้าห้องสอนทำสมาธิโดยมีครูสอน
พุธ 19.30-20.00 น. เข้าห้องทำสมาธิโดยไม่มีผู้นำ มีการอภิปรายระหว่างหมู่ผู้ทำสมาธิ และดื่มน้ำชาร่วมกัน
         ที่ศุนย์พุทธศาสนาแห่งนี้อยู่ในเมือง มีบ้านชาวเมืองโดยรอบ แม้ด้านหน้าจะมีสนามใหญ่ รถยนต์สามารถจอดได้ข้างทาง แต่ผู้มาเยือนศูนย์ต้องระมัดระวัง ไม่ส่งเสียงดัง รบกวนชาวบ้าน การแต่งกายต้องสุภาพ มีกฏกติกากำหนดไว้หลายอย่างเป็นต้นว่า ถอดรองเท้าเมื่อเข้าในศาสนสถาน ห้ามนอนขณะมีการปฏิบัติธรรม ห้ามนั่งโดยยื่นเท้า ไปทางพระพุทธรูป การแสดงคารวะต่อสงฆ์หรือพระพุทธรูปสำหรับคนนับถือศาสนาอื่น อาจทำได้ตามแต่บุคคลตามมารยาทที่ไม่น่ากระดากอาย
         การสมัคเป็นสมาชิกของพุทธสมาคม W.A. อาจติดต่อได้ตามที่อยู่ดังนี้
The Buddhist Society of W.A.
Dhammaloka Buddhist Centre
18-20 Nanson Way, Nollamara 6061 W.A.
Australia
หมายเหตุ ข้อความบางตอนแปลมาจากแผ่นพับที่ได้จากวัดและศูนย์พระพุทธศาสนา W.A.