สัมผัสชาวพุทธในอังกฤษ
โดยตาราไตย

       หนังสือ Eastern Wisdomโดยไมเคิล จอร์แดน (Michael Jardan) พิมพ์ใน ประเทศอังกฤษ กล่าวไว้ในหัวข้อ "Modern Buddhism" ของเขาว่า พระพุทธศาสนาเริ่ม เข้ามาในประเทศอังกฤษตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๑ โดยบุรุษนามว่า นายอัลแลน เบ็นเนทท์ (Allen Bennett) ผู้ซึ่งได้มีความพยายามจัดตั้ง "สังฆะ" (Sangha) ขึ้นแต่ไม่ประสบผลลำเร็จ ด่อมา ใน พ.ศ. ๒๔๖๗ มีอุบาสก อุบาสิกา คู่หนึ่ง คือ นายคริสมาส ฮัมฟรีส์ (Christmas Humphreys) และนางสาวไอลีน ฟอล์คเนอ่ร์ (Alleen Faulkner) ผู้ซึ่งต่อมา เป็นนางฮัมฟรีส์ ได้จัดตั้งองค์กรพุทธขึ้น ซึ่งมีชื่อเริ่มแรกว่า The Theosophical Society แต่ได้เปลื่ยนชื่อมาเป็น The Buddhist Society เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ และเป็น องค์กรพุทธศาสนา ที่แข็งแกร่งต่อมาจนถึง ปัจจุบัน
       อย่างไรก็ตาม ก็ได้มีความพยายาม ที่จะจัดดั้ง สังฆะ ขึ้นอีกในประเทศอังกฤษ โดยพระภิกษุ Kapilavaddho (William Purfurst) ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ แต่ก็ไม่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมากนัก จวบจนปี พ.ศ. ๒๕๒๑ หลวงห่อชา สุภัทโท (พระโพธิญาณเถระ) วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี ได้นำพระสุเมโธภิกขุ (พระสุเมธาจารย์) และพระลูกวัดฝรั่งอีก ๒ - ๓ รูปไปเผยแผ่ธรรม ณ ประเทศอังกฤษเป็นแห่งแรก และเริ่มต้น ตั้งวัดป่า วัดจิตตวิเวก โดยซื้อบ้านเก่าแก่สมัยวิคตอเรียทำเป็นวัด ในชื่อฝรั่งว่า Chithurst Buddhist Monadtery ซึ่งเป็น จุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท ในประเทศนี้ตั้งแต่นั้นมา
       อันที่จริงน่าจะกล่าวได้ว่า คนอังกฤษ ได้สัมผัส คำสอนของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๒๔ เมื่อมีการจัดตั้ง สมาคมบาลีปกรณ์ (Pali Text Society) ขึ้นโดยศาสตราจารย์ ดร. รีสท์ เดวิส (Ryst Davis) และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเงินเพื่อให้แปลพระไตรปิฎกเป็น ภาษาอังกฤษ และเมื่อไต้จัดพิมพ์พระไตร ปิฏกแปลขึ้นผู้จัดทำยังได้กล่าวไว้ว่าจัดพิมพ์ ภายใต้พระบรมราชูปภัมภ์ของ King Chulalongkorn H.M. the King of Siam ด้วย
       หลวงพ่อปัญญานันทะ ผู้เปรียบเสมือนหลวงพ่ออีก องค์หนึ่งของพระวัดป่าลูกศิษย์ หลวงพ่อชา กล่าวว่า ''ชาวอังกฤษสนใจพระพุทธศาสนา มาเป็นเวลา ๑๐๐ กว่าปีแล้ว เขาสนใจเพราะว่า ได้มาปกครองประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา เช่น ประเทศอินเดีย ประเทศศรีลังกา ประเทศพม่า เป็นต้น เขาได้มองเห็นว่าชาวพุทธใน ประเทศเหล่านั้นอยู่กันด้วยความสงบ มีความ สุขทางใจ เขาก็เลยสนใจว่าอะไรเป็นเหตุให้ คนในประเทศเหล่านั้นมีความสงบ และ เป็นสุข ผลที่สุดก็ได้มาศึกษาหลักพระธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วเกิดความรู้ ความเข้าใจเอาไปปฏิบัติได้รับผล แล้วก็บอก เพื่อนฝูงมิตรสหายต่อไป"
       พระฝรั่งที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชา ทั้งชาวอเมริกัน อังกฤษ ฯลฯ มีส่วนช่วย เผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศตะวันตก เป็นอย่างมาก โดยได้มาศึกษาเล่าเรียนพระ พุทธศาสนาใน ประเทศไทยอย่างเข้มแข็งอยู่ ๒ แห่งคือ วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานีของพระโพธิญาณเถระ และวัดธารน้ำไหลหรือสวนโมกขพลาราม ของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ อินทปัญโญ พระสงฆ์เหล่านี้เมื่อท่านได้บวชเรียนอยู่ใน ประเทศไทยพอสมควร ก็ได้จาริกไปประเทศ ต่างๆที่เป็นมาตุภูมิของท่านหรือประเทศที่ พระพุทธศาสนายังไม่เป็มที่แพร่หลายเพื่อ เผยแผ่พระพุทธศาสนา
       นับตั้งแต่ที่หลวงพ่อชาได้นำพระ สุเมธาจารย์ หรือสุเมโธภิกขุ ไปเผยแผ่ใน ประเทศอังกฤษเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว ลูกศิษย์ หลวงพ่อชาได้นำคำสอนของพระพุทธเจัา ไป เผยแผ่ในยุโรป อเมริกาและออสเตรเลีย นิวซีแลนด์อยู่ถึง ๑๒ แห่งดังต่อไปนี้

Britain

- Chittaviveka : Chithurst Buddhist Monastery
Petersfield, Hampshire, GU 31 5EU.
Tel.(01730) 81-4986. Fax.(01730) 81-7334.
- Amaravati Manastery
Great Gaddesden, Hemel Hempstead, Hertfordshire HP1 3BZ.
Tel.(01441) 84-2455, 84-3239. Fax.(01442) 84-3721.
- Aruna Ratanagiri Harnham Buddhist Monastery
Harnham, Belsay, Northumberland NE 20 OHF.
Tel.(01661) 88-1612. Fax.(01661) 88-1019.
- Hartridge Buddhist Monastery
Upottery, Honiton, Devon EX 14 9OE.
Tel.(01404) 89-1251. Fax.(01404) 89-0023.

Itary

- Santacittarama
Via Delle Prata 22, Localita Brulla, 02030 Frasso Sabino (Rieti), Italy.
Tel/Fax.(0765) 872186.

Switzerland

- Dhammapala Buddhistisches Kloster,
Am Waldrand, CH 3718 Kandersteg.
Tel.(033) 6752100. Fax.(033) 6752241.

North America

- Abhayagiri Monastery,
16201 Tomki Road, Redwood Valley, CA 95470.
Tel.(707) 4851630. Fax.(707) 4857948.
- Boston Area
Dorothea Bowen, Boston, Mass.
Tel.(617) 3322931. Mailing for E. Coast, USA & Thailand, to be placed on the mailing list, please write directly to Amaravati.

Australia

- Bodhiyana Monastery
Lot 1, Kingsbury Drive, Serpentine 6125, WA.
Tel.(08) 952-52420. Fax.(08) 952-53420.
- Dhammaloka Buddhist Centre (Perth)
18 - 20 Nanson Way, Nollamara 6061, WA.
Tel.(08) 934-51711. Fax.(08) 934-44220.

New Zealand

- Bodhinyanarama
17 Rakau Grove, Stokes Valley, Wellington 6008.
Tel.(++64) 4-563-7193. Fax.(++64) 4-563-5125.
- Auckland Buddhist Vihara
29 Harris Road, Mount Wellington, Auckland.
Tel.(++64) 9-579-55443.

       วัดเหล่านื้จะมีลักษณะเป็นวัดป่า คือไม่เน้นความหรูหราใหญ่โตด้านวัตถุ แต่มุ่งปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้า บางแห่งมีศาลาธรรม หรือโบสถ์ธรรมชาติจริงๆ เฉกเช่นวัดจิตตวิเวกที่จะกล่าวถึงด่อไป พระสงฆ์ เณร แม่ชี ที่อยู่วัดเหล่านี้จะเป็นชาวต่างชาติ ที่เราเรียกพระฝรั่ง แต่จะมีชาวเอเชียรวมอยู่ด้วย เช่น พระศรีลังกา เป็นต้น
       ผู้เขียนได้เขียนขื่อวัดเป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งที่อยู่และโทรศัพท์ โทรสารติดด่อ เพื่อท่านผู้อ่านที่เดินทางไปต่างประเทศ หรือมีเพื่อนชาวต่างประเทศที่ปรารถนาสัมผัสความ รื่นรมย์ในธรรมของพระพุทธศาสนาในประเทศ เหล่านี้ก็จะสามารถทำได้ และในที่นี้จะขอพูด ถึงโดยละเอียดเฉพาะวัดในแบบเถรวาท ๒-๓ วัดที่ได้ไปเยี่ยมเยือนมาพอเป็นสังเขป
       วัดแบบเถรวาทในประเทศอังกฤษที่ จะกล่าวถึงคือวัดที่คนไทยเป็นผู้จัดสร้างขึ้นคือ วัดพุทธประทีป และวัดป่าสายวัดป่าหนองป่าพง
       วัดพุทธประทีป เป็นวัดไทยที่มีพระครูภาวนากิจโกศล เป็นเจ้าอาวาสและมีพระครูวินัยธร ศีลานันโท ทื่เป็นพระธรรมทูตจากวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ท่านมาอยู่ที่วัดนี้ ๒๓ปี แล้ว และคนไทยในอังกฤษจะเรียกท่านว่า หลวงเตี่ย ค่าที่ท่านสามารถพูดไดัหลายภาษา โดยเฉพาะ ภาษาจีน นอกเหนือจาก ภาษาอังกฤษ วัดพุทธประทีปนี้อยู่ใกล้ใจกลางกรุงลอนดอน ตั้งอยู่ทื่ 14 Calonne Road, Wimbledon, London, SW 19 5HJ. จึงมีพื้นที่ไม่กว้างขวางนัก พระสงฆ์ที่อยู่ในวัดทุกรูป เป็นพระสงฆ์จากประเทศไทย จึงมีอยู่ ๘ รูป ในขณะนี้ วัดแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนที่เป็นโบสถ์ ซึ่งจำลองจากโบสถ์วัดเบญจมบพิตร แต่เล็กกว่า ภาพในโบสถ์และข้างนอกโบสถ์ ส่วนหนึ่งเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม มากโดยฝีมือของคุณเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และคุณปาง ชินสาย ความสวยงามของโบสถ์ จึงเป็นจุดดึงดูดหนึ่งของ นักท่องเทื่ยว รวมทั้งนักเรียน นักศึกษาจาก โรงเรียนด่างๆ ในนครลอนดอนที่มาชมและฟังธรรม อีกส่วนเป็นกุฏิ ซึ่งก็คือแบบบ้านเก่า แก่สมัยวิคตอเรีย แต่ดูไม่เก่าเท่าบ้านที่วัดจิตตวิเวก เป็นดึก ๒ ชั้น ส่วนบนเป็นกุฏิพระ ชั้นล่างเป็นห้องพระ ห้องอาหาร ห้องครัว โต๊ะหมู่บูชาชั้นล่าง ผู้ไปมาจะได้เห็นแผ่นป้าย จารึกพระอักษรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอนุโมทนาที่คนไทยในประเทศ อังกฤษได้พร้อมใจกันสร้างวัคนี้ขึ้นมา เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ ศ ๒๕๒๕ ส่วนที่สาม คือโรงเรียนสอนพระ พุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่บุตรหลานของคนไทย ที่พำนักอยู่ในประเทศอังกฤษมาเรียนธรรมะ และประเพณีวัฒนธรรมของไทยรวมทั้งที่พัก ของผู้มาบวชชีพราหมณ์ ซึ่งวัดพุทธประทีป เรียกว่า การบวชศีลจาริณี นอกเหนือจากคนไทยที่มาฟังธรรม และร่วมศาสนกิจของวัดแล้ว ยังมีคนลาวและ เขมรทื่มาวัดพุทธประทีปด้วย โดยเฉพาะคนลาว ที่มีภาษา และวัฒนธรรมใกล้เคียงคนไทย ส่วนชาวพุทธอังกฤษจะไปปฏิบัติธรรมที่วัด ป่าสาขาวัดหนองป่าพง
       วัดป่าสาขาวัดป่าหนองป่าพงใน ประเทศอังกฤษมีอยู่ ๔ วัด ขณะนื้คือ วัดจิตตวิเวก ซึ่งเป็นวัดแรกที่ได้ตั้งขึ้น วัดอมราวดี วัดอรุณรัตนคีรี และวัดวิหารเดวอน ที่ยังไม่มี ชื่อภาษาบาลี
       วัดจิตตวิเวก เป็นวัดอยู่ทางใต้ของนครลอน ดอนที่พระลูกคิษย์หลวงพ่อชา ได้ช่วยกันจัดตั้งขึ้นโดยซื้อบัานเก่าแก่สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๕ ทื่เป็นตึก ๒ ชั้น ชั้นบนเป็นกุฏิ ของพระและชั้นล่างเป็นห้องพระ ห้องปรชุม และห้องครัว วัดจิดดวิเวกตั้งอยู่ในบริเวณ เนื้อที่ประมาณ ๑๐๘ เอเคอร์ที่มีทัศนียภาพ สงบร่มเย็นและสวยงาม โอบล้อมด้วยภูเขา และดอกไม้ป่าที่งดงามเพราะติดอยู่กับป่าที่ คหบดีชาวอังกษซึ่งเลื่อมใสศรัทธาในคำสอน ของพระพุทธศาสนาและยกที่ดิน ๑๐๘ เอเคอร์ที่มีธารน้ำไหลผ่าน มีทะเลสาบ สวยงามให้ วัดป่าแห่งนี้มีเจ้าอาวาสรูปแรก คือ พระสุเมธาจารย์ หรือท่านสุเมโธภิกขุ เมื่อเริ่มแรกดั้งพ.ศ. ๒๕๒๒ (ท่านสุจิตโตภิกขุ เป็นเจ้าอาวาส ในปัจจุบัน) มีพระสงฆ์ที่เป็น ชาวต่างประเทศอยู่ทั้งสิ้น แม้จะเป็นวัดสาขาแรกของวัดหนองป่าพง แต่วัดป่าแห่งนี้ก็ยังไม่มีอุโบสถของวัดเอง แต่ทางวัดกำลังดำเนินการจัดสร้าง ศาลาธรรม เพื่อใช้เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจ โดยต้องใช้จ่ายเงินทั้งสิ้นประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ปอนด์ และได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ไปเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๔๒ โดยพระธรรมปริยัติมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม (ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ของพระสุเมธาจารย์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙) ร่วมกับพระสุเมธาจารย์ ในการนี้ คุณวาณี ล่ำซำ และครอบครัวได้บริจาคปัจจัย ๔๕.๐๐๐ ปอนด์ เป็นปฐมฤกษ์ ทางวัดจะดำเนินการก่อสร้าง ศาลาธรรมนี้ไปตามกำลังศรัทธาของชาวพุทธ คือ ได้ปัจจัยมาเท่าไรก็จะขยายการก่อสร้าง ไปตามกำลังปัจจัยที่ได้มา ตามรูปแบบ สถาปัตยกรรมที่เหมาะสมกับอากาศในอังกฤษ วัดป่าแห่งนี้ยังได้การอุปถัมภ์จากโยมอุปฐาก คุณมุทิตา กรรณสูต โดยเฉพาะด้านอาหาร เพราะท่านมีภัดตาคาร อาหารไทยอยู่ใกล้วัด
       วัดอมราวดีซึ่งเป็นศูนย์ภาคีของ พสล. เป็นวัดที่สามที่ผู้เขียนได้ไปสัมผัสกับ ชาวพุทธอย่างน้อย ๓ ชาติคือ ไทย อังกฤษ และศรีลังกา วัดอมราวดีเป็นสาขาที่ ๔ ของ วัดหนองป่าพง สาชาที่สองและที่สามคือ วัด อรุณรัตนคีรี (Harnham) และวัดวิหารเดวอน (Devon) ซึ่งอยู่ทางเหนือและทางใต้ของประเทศ วัดจิดตวิเวกซื่งอยู่ทางใต้ของนครลอนดอน ขยายไม่ได้ด้วยติดกฎบัญญัติท้องถิ่น อีกทั้ง ชาวพุทธทางทิศเหนือของลอนดอนก็มาไม่ สะดวก ท่านสุเมโธภิกขุและคณะญาติธรรม จึงได้ซื้อโรงเรียนสอนเด็กพิการที่ปิดต้วเองชื่อ St. Margaret School ซึ่งมีอาคารชั้นเดียว กระจายตั้งอยูในบริเวณเนื้อที่ ประมาณ ๓๐ เอเคอร์เมื่อเริ่มแรก และปี พ ศ ๒๕๒๗ ณ ชานเมือง Hertfordshire ทางตอนเหนือของ ลอนดอน วัดอมราวดีก็ได้ก่อรูปก่อร่างขึ้น แต่ห้องประชุมใหญ่ของโรงเรียนที่ใช้เป็นโบสถ์ นั้นเล็กเกินไปที่จะรับชาวพุทธที่มาปฏิบัติธรรม พระสงฆ์ซึ่งมีพระสุเมธาจารย์เป็นเจ้าอาวาส และชาวพุทธทั้ง ไทย อังกฤษ และ ศรีลังกา เป็นส่วนใหญ่จึงไดัร่วมแรงรวมปัจจัย สร้างพระอุโบสถขึ้นมา อย่างค่อยทำค่อยไป ตามกำลังศรัทธา และเศรษฐกิจจนเสร็จสิ้น เมื่อต้นปี ๒๕๔๒ แบบของอาคารอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรม รูปทรงสมัยใหม่ ที่มีการประยุกต์อย่างกลมกลืน ระหว่างศิลปไทยและศิลปตะวัมตก อีกทั้งยังคำนึงถึงการใช้พลังงาน ธรรมชาติกับระบบต่างๆในตัวอาคาร เพื่อการประหยัด การก่อสร้างภายในและภายนอกโบสถไม่ใช้ตะปูเลย แต่จะใช้การสรัางแบบใช้ไม้โอค (Oak) ขัดกันรับน้ำหนักแบบโบราณของไทย ผู้ออกแบบก่อสร้างเป็นชาวพุทธอังกฤษ ชื่อ Mr.Tom Hancock พระประธานในพระอุโบสถวัดอมราวดีนั้นงดงามมาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานนามพระประธานว่า "พระพุทธธัมมจักรามาราวดี" สองข้างประตูโบสถ์เป็นภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังรูปเทวดาประณมมือ ฝีมือของจิตรกรคุณปาง ชินสาย วัดอมราวดีได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา และฉลองพระอุโบสถเป็นทางการ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๔ กรกฏาคม ๒๕๔๒ โดย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนดรินหร์ ทรงเสด็จตัดลูกนิมิต และประทับฟังพระธรรมเทศนา โดยพระธรรมโกศาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) โดยมีเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาดิ อุบลราชธานี ท่านชยสาโรภิกขุ พระภิกษุชาวอังกฤษที่เป็นล่ามแปลด้วยภาษาไทยที่สละสลวยยิ่งนัก ท่านเป็นพระสงฆ์อีกรูปหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในขณะนี้
       กิจกรรมวัดอมราวดีภายใต้การนำ ของ พระสุเมธาจารย์ หรือหลวงพ่อสุเมโธ มี สมาชิกหลักอันประกอบด้วยพระสงฆ์ และ แม่ชีศีล ๑๐ ซึ่งเป็นผู้มีศรัทธาสละบ้านเรือน ออกบวชเป็นผู้ภิกขาจารย์เลี้ยงชีพตามพระธรรมวิมัย ของพระศาสดาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่มีความประสงค์จะออกบวชดำเนินตามหนทางอันประเสริฐนี้ ต้องผ่านการนุ่งขาวห่มขาว รักษาศีล ๘ เป็นเวลา ๒ ปี เพื่อปรับจิตใจและร่างกายให้คุ้นเคยกับขนบธรรมเนียมชาวพุทธ และระเบียบข้อวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัด ครั้นเมื่อถือบวชเข้ามาแล้วก็ต้องสละทรัพย์ลินเงินทองทั้งหมต และเว้นขาดจากการประกอบวิชาชีพทุกชนิด ทั้งนี้เพื่ออุทิศตนทำงานให้กับพระศาสนาอย่างเต็มที่ โดยมีจิตศรัทธาของสาธุชนให้การสนับสนุน ในด้านปัจจัยทั้งสี่ ซึ่งมีมูลนิธิฯเป็นไวยาวัจกร หรือผู้คอยดูแลจัดสรรค่าใช้จ้ายต่างๆที่จำเป็นสก่สมณวิสัย วัดอมราวดีนี้เปิดกว้างสำหรับผู้คนทุกชาติ ชั้น วรรณะ ทุกเพศ ทุกวัย เพื่อให้ได้มีโอกาสสัมผัส กับพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ นอกจากจะสนทนากับท่านเจ้าอาวาสหรือพระเถระแล้ว ผู้สนใจยังสามารถเข้าร่วมฝึกสมาธิภาวนาในวันเสาร์ ช่วงบ่ายได้หรือจะมาพักรักษาศีลปฏิบัติธรรม ก็มีสถานที่เตรียมไว้พร้อมสรรพ ส่วนผู้ที่ประสงค์จะฝืกสมาธิภาวนาแบบเข้มข้นนั้น ทางวัดก็ได้จัดให้มีศูนย์ปฏิบัดิแยกออกไปเป็นเอกเทศจากเขตสงฆ์และสำนักชี เพื่อจะได้อยู่วิเวกอย่างเต็มที่ ซึ่งการเข้ากรรมฐานนี้ได้จัดให้มีเป็นช่วงๆตลอดปี ช่วงละหนึ่งเดือนบ้าง ๑๐ วันบัาง ๑๕ วันบัาง หรือเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์
กิจวัตรประจำรัน
เนื่องด้วยวัดอมราวดีอยู่ร่วมกันเป็นหมู่ใหญ่ ผู้มาพักอาศัยจึงต้องสมาทานรักษาอุโบสถศีลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียงและเป็นระเบียบเรียบรัอย และใหัความร่วมมือในกิจวัตรประจำวันดังนื้
เวลา ๐๔.๐๐ น. ตื่นนอน
เวลา ๐๕.๐๐-๐๖.๓๐ น. สวดมนต์ทำวัดรเช้า นั่งสมาธิ
เวลา ๐๖.๓๐ น. ทำความสะอาดปัดกวาดบริเวณวัด
เวลา ๐๗.๑๕ น. ประชุมดื่มน้ำชาและจะแบ่งหน้าที่ในโรงครัว
เวลา ๐๘.๐๐-๑๐.๓๐ น. ประกอบอาหาร ส่วนพระสงฆ์ - แม่ชีออกบิณฑบาต
เวลา ๑๐.๓๐ น. ถวายภัตตาหาร แด่พระสงฆ์ และแม่ชี
เวลา ๑๓.๓๐ น. ร่วมประชุมจัดแบ่งหน้าที่ช่วยเหลือในวัด
เวลา ๑๗.๐๐ น. เลิกงานและดื่มน้ำปานะ
เวลา ๑๙.๓๐ น. สวดมนต์ ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิ
และในวันเสาร์หรือวันพระมีการแสดงพระธรรมเทศนาจากเจ้าอาวาสหรือพระเถระ
       ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการสร้างวัดอมราวดีประกอบด้วย พระสงฆ์หลายรูปโดยเฉพาะ พระธรรมโกศาจารย์(หลวงพ่อปัญญานันทะ) พระสุเมธาจารย์ ท่านปสันโน ท่านสุจิดโต ท่านอัตตะเปโม เป็นต้น ฝ่ายคฤหัสถ์ที่เป็นกำลังสำคัญู เช่น คุณวาณี ล่ำชำ ซึ่งพระธรรมปริยัติมุณี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมมหาวิหาร จังหวัดนครพนม กล่าวไว้ เมื่อท่านเทศน์ที่วัดจิตตวิเวก วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๒ ว่า คุณวาณี และครอบครัวได้บริจาค ตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งวัดนี้จนเสร็จสิ้น เป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ ๑ ล้านปอนด์ รวมทั้ง Mr. George Sharp, Mr. Nick Scott เป็นด้น และชาวศรีลังกาที่อยู่ในประเทศอังกฤษ
       มีผู้สอบถามผู้เขียนว่า หากจะขอบวชเป็นพระหรือแม่ชี ในสาขาวัดป่าจะต้องทำอย่างไร ท่านปสันโน เจ้าอาวาสวัดอภัยคีรีในอเมริกา เมตตาชี้แจงให้ทราบย่อๆว่า
       สำหรับชายก็จะต้องเข้ามาอยู่ในวัดทดสอบอยู่ก่อน ว่าจะสามารถดำรงชีพแบบสมถะจริงๆได้หรือไม่ประมาณ ๓ เดือน เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะบวช ก็จะต้องเป็นอนาคาริ คือเป็นผ้าขาว ๑ ปี รักษาศีล ๘ และเป็นเณรอีก ๑ ปี รักษาศีล ๑๐ แต่การเป็นผัาขาว อาจจะยาวนานกว่านั้นหากผู้ขอบวชนั้นยังไม่พรัอม
       สำหรับหญิงนั้น หลวงพ่อชาอนุญาตใหับวช แต่ท่านป่วยเสียก่อน พระฝรั่งที่บวชอยู่ชณะนั้นไม่ทราบว่าจะบวชเป็นแม่ชีอย่างไร จะปรึกษาหลวงพ่อก็ไม่ใด้ จึงได้ปรับปรุงตามที่เห็นว่าดีที่สุด โดยให้เป็นผ้าขาว ถือศีล ๘ เป็นเวลา ๒ ปี และบวชใหม่ที่ห่มสีกรักเหมือนพระ แต่ถือศีล ๑๐ เช่นเณร และมีข้อวัตรปฏิบัติอื่นที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของภิกษุณี แต่ไม่ใช่ภิกษุณี เพราะไม่ได้ถือศีลทุกข้อของภิกษุณี ถึงกระนั้นผู้มาบวชทั้งชายหญิง ก็เป็นนักบวชที่สมบูรณ์ เพราะมีพระวินัยข้อวัดรปฎิบัติกำกับชีวิดของเพศนักบวช โดยเฉพาะแม่ชี ที่ไม่มีการเขียนไว้เผยแพร่ว่า แม่ชีที่มาบวชภายใต้สาขาวัดป่าสายหลวงพ่อชา จะต้องปฏิบัติเช่นไร แต่ผู้มาบวชเป็นแเม่ชีจะรู้และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
       พระสงฆ์สายวัดป่านานาชาติศิษย์หลวงพ่อชาที่ผู้เขียนได้สนทนาธรรมด้วย ในขณะอยู่ทื่ประเทศอังกฤษเพียง ๕๒ วันนั้น ได้สร้างความประทับใจแก่ผู้เขียนมาก พระวัดป่าเคร่งครัดในพระวินัย ในพระปิฎกหนึ่งของพระไตรปิฎกของพระพุทธเจ้า ท่านเป็นพระสุปฏิปัณโณที่ญาดิโยมพบเห็นพูดคุย ก็ทำให้จิตใจโน้มน้าวเข้าสู่ความต้องการ ปฎิบัติดี ปฏิบัติชอบด้วยปัญญาไตร่ตรอง ท่านจะฉันอาหารเพียงวันละมื้อ คือฉันเพล ทั้งพระ เณร แม่ชี และผ้าขาว จะกราบพระพุทธรูประลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วจึงไปรับบิณฑบาตรภัตตาหารที่ชาวบ้าน และอาสาสมัครจัดทำถวายไว้ เมื่อกลับมาที่อาสนะ ท่านจะกราบพระรัตนตรัยอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงนั่งคอยพระ เณร แม่ชี และผ้าขาวท่านอื่นๆ เมื่อพร้อมกันแล้ว ท่านจะสัพพีให้พรฆราวาสก่อนฉันอาหาร (พระสงฆ์ในไทยจะสัพพีหลังฉันเสร็จ) การฉันอาหารของท่านก็ทำด้วยอาการสำรวมเป็นอย่างยิ่ง พระป่าศิษย์หลวงพ่อชาจะฉันอาหารในบาตรเท่านั้น ทุกอริยาบทของท่านมีสติกำกับอยู่ตลอดเวลา เมื่อใดที่เราเข้าไปสนทนาธรรม ท่านจะเมตตาพูดคุยด้วยอย่างไม่รู้สึกรำคาญ หรือเบื่อหน่าย หากอยู่ในเวลาที่ไม่อยู่ในกิจวัดรของวัด ผู้ที่ได้ไปวัดสาขาวัดหนองป่าพงในอังกฤษ จะพบภาพถ่ายบ้าง รูปปั้นบ้างของหลวงพ่อชา สุภัทโท อันเสดงถึงความกตัญญูของพระลูกศิษย์ของท่าน คังที่พระสุเมธาจารย์ กล่าวไวัเมื่อท่านแสดงพระธรรมเทศนาเรื่อง "ทางไม่มีทุกข์" ณ วัดหนองป่าพง เมื่อวันทื่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๒ "เรามีความกตัญญูเกิดขึ้นด้วยพระอาจารย์ หลวงพ่อชา หลวงพ่อของเราที่เคยรับเราเป็นลูกศิษย์และอบรมเราในทางที่ดี เรามีความกตัญญูกดเวทีเกิดขึ้นต่อท่านเป็นอันมาก แล้วท่านก็เป็นกำลังใจใหักับเราด้วย เวลาหลวงพ่อเป็นอัมพาต มีอาการที่ต้องนอนอยู่เฉยๆ พระตัองดูแลรักษาท่านตลอด ความกตัญญูกตเวทีที่เกิดขึ้นก่อนที่ท่าน จะเป็นอย่างนี้ก็มาก ทำให้เราไม่เคยเบื่อไม่เคยอยากจะถามอารมณ์สงสัย หรืออารมณ์ไม่ลบายใจ เราคิดว่าถ้าจะเป็นลูกศิษย์ ของท่านจริงๆ เราก็ต้องปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะท่าน (หลวงพ่อชา) ไม่ได้ชี้ไปถึงท่านเอง ท่านชี้ไปถึง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรคเสมอ"
       ผู้เขียนมีโอกาสได้สัมผัสชาวพุทธอีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มคฤหัสถ์ The Buddhist Society ที่เป็นศูนย์ภาคีในสองศูนย์ขององค์การ พสล. ในประเทศอังกฤษ ซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ 58 Eccleston Square London SW 1V 1PH โทรศัพท์ (0171) 834-5858 โทรสาร (0171) 976-5238 องค์กรนี้มีอายุเกือบร้อยปีมาแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ก็เคยเสด็จ ประธานกิตติมศักด์ พสล. ฯพณฯ ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมชก็เคยมาเยี่ยมเยือน โดยเฉพาะ ฯพณฯ ศ.สัญญา ท่านเคยศึกษาอยู่ประเทศอังกฤษ จึงได้เคยร่วมกิจกรรม ผู้เขียนมีโอกาสได้สนทนากับเลขาธิการขององค์กร Mr. Ron Maddox
Mr. Ron Maddox เล่าว่าศูนย์นี้มีอายุร่วม ๑๐๐ ปี มีเจ้าหน้าที่ ๓ - ๔ คน ดูแลสมาชิกทั่วอังกฤษ ซึ่งเยอะมาก กิจกรรมของศูนย์ภาคีนี้พอสรุปได้ดังนี้
- จัดทำรายนาม / ที่อยู่ขององค์การ ศูนย์ สมาคมพระพุทธศาสนาทั่วประเทศอังกฤษ ซึ่งขณะนี้มีอยู่ ๓๐๐ กว่าแห่ง ณ สิ้นปี ๒๕๔๑
- จัดทำหนังสือ วารสารเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาหลายฉบับ เผยแพร่แก่สมาชิก
- จัดอบรมธรรมะของทุกๆนิกายทั้งเถรวาท มหายาน วชิรญาณ แก่พุทธบริษัทและบุคคลที่สนใจพระพุทธศาสนา โดยมีห้องอบรมขนาดต่างๆ ๓ ห้อง ภายในตึก ๔ ชั้น (รวมห้องใต้ดิน)
- นิมนต ์/ เชื้อเชิญผู้มีความรู้ทางพระพุทธศาสนามาอบรม ปาฐกถาเป็นครั้งคราว เช่น ม.ร.ว. คึnฤทธ์ ปราโมช ท่านดาไลลามะ ฯลฯ
- ร่วมกิจกรรมของทุกๆศาสนาในประเทศอังกฤษ เมื่อได้รับเชิญูชวน
       Mr. Maddox กล่าวถึงองค์การ พสล. ด้วยความชื่นชมมาก โดยเฉพาะ WFB Review ท่านได้รับรู้เรื่องราวและบทความพระพุทธศาสนาจากวารสารนี้มาก ผู้เขียนไดัเห็น Buddhist Directory (ผู้อ่านสามารถมาขอค้นควัาในห้องสมุด พสล. ได้) ปทานุกรมขององค์การพระพุทธศาสนาทุกนิกายในประเทศอังกฤษ และไอร์แลนด์ ซึ่งมีอยู่กว่า ๓๐๐ แห่งแล้วน่าทึ่งจริงๆ สมแลัวอย่างที่อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ที่ปรึกษาอาวุโสขององค์การ พสล. ได้กล่าวเปรียบเปรยไว้เป็นคนแรกว่า "พระอาทิตย์ขึ้นที่ทิศดะวันตก" ผู้คนทางซีกโลกดะวันตก บัดนื้ ไต้มีโอกาสลิ้มรสแสงแห่งพระธรรม ของพระพุทธเจัาแล้ว ถ้าผู้เขียนจำไม่ผิด กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีที่ปราชญ์เปรื่องได้กล่าวไว้ว่า พระพุทธศาสนาจะเป็นศาสนาที่ยืนหยัดอยู่ไดัยาวนานที่สุดในอนาคตกาล ทั้งนี้เพราะไม่มีขัอใดในคำสอนของพระพุทธองค์ที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง ของวิทยาศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ จึงมีชาวตะวันตกเป็นจำนวนมากหันมาปฏิบติธรรม และศึกษาพระพุทธศาสนามากขึ้นเป็นลำดับ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ให้การ ศึกษาธรรมด้วยปัญญา คือ ไตรสิกขา สมาธิ ปัญญา เป็นศาสนาที่สอนใหัผู้มา ถือปฏิบัติ "คิด" "วิเคราะห์" และ "ไตร่ตรอง" ด้วยปัญญาก่อนจะเชื่อ-ศรัทธา ดังที่ได้ตรัสสอนไว้ใน "กาลามสูตร" คำสอนของพระพุทธองค์ไม่ใช่ "คำสั่งห้าม" แต่ "พึงละเว้น" ในส่วนที่ทรงสอนด้าน "โลกียธรรม" เป็นต้น ชาวพุทธทั้งหลายไม่ว่าชาติใด ภาษาใด จึงควรภาคภูมิใจว่าเกิดมา หนึ่งนี้ ท่านมีโอกาสได้เป็นพุทธมามกะ ได้ลิ้มรสพระธรรมของพระพุทธองค์ และได้ถือปฏิบัติเป็นมงคลต่อตัวเอง ก็เป็นบุญอักโขอยู่แล้วโดยไม่ต้องอาศัยวัตถุอื่นใดมิใช่หรือ

"โย ธมมํ ปสสติ โส มํ ปสสติ"
"ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต"

       แล้วเรายังอยากจะได้พบ ได้เห็น ได้มีอะไรอีก ในเมื่อเราสามารถเห็นพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐยิ่งกว่าสิ่งมหัศจรรย์ใดๆในโลก เพียงแค่เราปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังเท่านั้น และเป็นสิ่งทื่เราทำเอง (แม้คนเดียว) ได้โดยไม่ต้องอาศัยสื่อใดๆ ยกเว้นคำสอนของพระพุทธเจัา.